​


เมื่อย้อนกลับไปมองตัวเองในวันนี้ ผมรู้สึกว่า หนึ่งในความโชคดีของชีวิต คือการได้รู้จัก “ธรรมะ” ตั้งแต่ตอนที่ยังเด็ก

ตอนเด็กเราอาจยังไม่ได้เข้าใจคำสอนทุกอย่างอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรียนรู้หรือซึมซับมานั้น วันหนึ่งจะมีความหมายกับชีวิตมากแค่ไหน

แต่เมื่อเราโตขึ้น ผ่านผู้คน ผ่านการทำงาน ผ่านความผิดหวัง ความกดดัน ความโกรธ ความเสียใจ รวมถึงเรื่องราวมากมายที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เราจึงค่อย ๆ เข้าใจว่า…

ธรรมะไม่ได้ทำให้ชีวิตไม่มีปัญหา แต่ทำให้เรามีสติอยู่กับปัญหาได้ดีขึ้น

เมื่อก่อนเราอาจคิดว่า การมีธรรมะคือการเข้าวัด สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือศึกษาคำสอนต่าง ๆ แต่เมื่อโตขึ้นกลับพบว่า ธรรมะที่มีคุณค่ามากที่สุด คือธรรมะที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตจริง

มันคือช่วงเวลาที่กำลังโกรธ แต่รู้ตัวว่ากำลังโกรธ
กำลังเสียใจ แต่รู้ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
กำลังอยากได้อะไรบางอย่าง แต่รู้จักพอ
กำลังเจอคำพูดที่ไม่ถูกใจ แต่เลือกที่จะไม่ตอบโต้ทันที
หรือแม้กระทั่งวันที่ชีวิตไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ยังสามารถประคองใจตัวเองให้เดินต่อไปได้

สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เมื่อเจอกับชีวิตจริง เราจะรู้ว่า การบริหารจัดการใจของตัวเองได้ คือทักษะที่มีค่ามากอย่างหนึ่งของชีวิต

ธรรมะทำให้ผมค่อย ๆ เข้าใจว่า เราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้

เราควบคุมไม่ได้ว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรา
ควบคุมไม่ได้ว่าใครจะพูดอะไร
ควบคุมไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
และควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรารักจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่เราพอจะฝึกฝนได้ คือ วิธีที่ใจของเรารับมือกับสิ่งเหล่านั้น

ยิ่งอายุมากขึ้น ผมจึงรู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนพอสมควร ไม่ใช่เพราะชีวิตง่ายขึ้น และไม่ได้หมายความว่าจะไม่โกรธ ไม่ทุกข์ หรือไม่เสียใจ แต่เป็นเพราะเริ่มรู้จักมองอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น

บางเรื่องที่เมื่อก่อนอาจต้องตอบโต้ วันนี้เลือกที่จะเงียบ
บางเรื่องที่เคยเก็บมาคิดหลายวัน วันนี้วางได้เร็วขึ้น
บางคนที่เราเคยอยากเอาชนะ วันนี้กลับรู้สึกว่าไม่จำเป็น
บางสิ่งที่เคยคิดว่าต้องมีให้ได้ วันนี้กลับมองว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร

และนั่นทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า…

ถ้าวันหนึ่งเราเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยมีธรรมะอยู่ในใจเลย วันนี้เราจะเป็นคนแบบไหน?

เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยความอยาก ความคาดหวัง การแข่งขัน และสิ่งเร้ามากมาย หากไม่มีอะไรคอยเตือนให้เรากลับมามองใจตัวเอง เราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตวิ่งตามสิ่งต่าง ๆ โดยไม่เคยถามตัวเองเลยว่า สิ่งที่กำลังวิ่งตามนั้นทำให้เรามีความสุขจริงหรือเปล่า

ท้ายที่สุดแล้ว ธรรมะอาจไม่ได้ทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ และไม่ได้ทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ทุกเรื่อง

แต่มันทำให้เรามี “ที่ยึดเหนี่ยวภายใน”

ในวันที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ธรรมะเตือนเราไม่ให้ประมาท
ในวันที่ประสบความสำเร็จ ธรรมะเตือนเราไม่ให้หลงตัวเอง
ในวันที่ผิดหวัง ธรรมะช่วยให้เราเข้าใจความไม่แน่นอน
และในวันที่ชีวิตหนักที่สุด อย่างน้อยเรายังรู้จักกลับมาอยู่กับสติของตัวเอง

วันนี้จึงรู้สึกขอบคุณตัวเองในวัยเด็ก และขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสธรรมะตั้งแต่วันนั้น

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราจึงได้รู้ว่า
สิ่งที่ได้รับมาไม่ใช่เพียงคำสอนสำหรับจดจำ แต่คือเครื่องมือสำหรับดูแลจิตใจตลอดชีวิต

และบางที ความโชคดีที่แท้จริงของคนเรา
อาจไม่ใช่การมีชีวิตที่ไม่เคยพบเจอความทุกข์

แต่คือ…

เมื่อความทุกข์เดินทางมาถึง เรารู้ว่าจะวางใจของเราไว้อย่างไร